Website Banner





ตอนที่ ๒๐...มีเสียงบอกให้ไปพบนายเอ็นกัสตูรี่

      หลังจากเสร็จจากการสวดมนต์เพลงภชัน และรับประทานอาหารกลางวันกันแล้ว ต่างคนต่างแยกย้ายไปหาซื้อสิ่งของต่างๆ เพื่อนำติดตัวกลับบ้าน เพราะพรุ่งนี้จะเป็นเวลาเดินทางกลับแล้ว อาจารย์พร อาจารย์ศิริก็แยกกลับห้องพัก ข้าพเจ้าเองก็เดินกลับห้องพักเช่นเดียวกัน คุณผ่องผิวได้บอกคุณสุภาณีว่า "น้อยอยู่เป็นเพื่อนศรีเพ็ญก่อนก็แล้วกันนะ พี่จะออกไปหาซื้อของสักเล็กน้อยก่อน" ดังนั้นข้าพเจ้าจึงเข้าห้องพักกับคุณสุภาณี ตั้งใจว่าจะอาบน้ำแล้วนอนพักสักนิด รอเวลาไปเฝ้าองค์ภควันออกมาดารชันอีกในตอนเย็น ขณะที่กำลังจะปลดชุดส่าหรีนั้น ความรู้สึกราวกับถูกดึงดูด มีคลื่นเสียงดังอยู่รอบตัวว่า ให้ไปทำความรู้จักกับ มิสเตอร์เอ็น กัสตูรี่...ข้าพเจ้าจึงได้บอกให้คุณสุภาณีกับคุณสำอางค์ไปตามหาอาจารย์พรและอาจารย์ศิริที่ห้องพัก ซึ่งอยู่ที่แฟลตอีกหลังหนึ่งห่างออกไป ให้บอกว่า ข้าพเจ้าชวนไปพบนายกัสตูรี่กัน

        สักพักหนึ่งอาจารย์พร คุณสุภาณีและคุณสำอางค์ก็เดินมาโดยไม่มีอาจารย์ศิริ ข้าพเจ้าถึงถามว่า "อ้าว อาจารย์ศิริล่ะ" อาจารย์พรตอบว่า "อาจารย์ศิริไม่ไป ขอเวลาพักผ่อน" ข้าพเจ้าจึงบอกให้คุณสุภาณีตามหาคุณนวลจันทร์หรือคุณวรรณี ยังไม่ทันที่คุณสุภาณีจะเดินจากไป อาจารย์ศิริก็เดินมากับคุณกิตติบอกว่า "ไปก็ไปด้วยกัน" พวกเราทั้งหมดจึงพากันไปหามิสเตอร์เอ็น กัสตูรี่ ที่ห้องพัก

        เดินหาห้องพักของนายกัสตูรี่อยู่พักใหญ่ เพราะทั้งอาจารย์ศิริและอาจารย์พรต่างจำไม่ได้ว่าอยู่ห้องไหน แฟลตไหนกันแน่ เพราะห้องพักตามแฟลตต่างๆ มองดูคล้ายกันทั้งนั้น จนเดินมาถึงห้องหนึ่ง เห็นผู้ชายชาวอินเดียรูปร่างสูงใหญ่ท้วม นั่งอ่านหนังสือเล่มใหญ่ตรงประตูห้องพัก และกำลังมองดูพวกเราอย่างแปลกใจว่า คงจะกำลังเดินหาใครหรือหาอะไรสักอย่างหนึ่ง อาจารย์พรบอกว่า "สงสัยจะเป็นห้องนี้แหละ แต่เอ...คนนี้ไม่ใช่มิสเตอร์กัสตูรี่นี่นา" หันไปถามอาจารย์ศิริ อาจารย์ศิริก็บอกว่าจำไม่ได้ ข้าพเจ้ามองดูผู้ชายคนนั้น เขาแสดงสีหน้ายิ้มแย้มอย่างมีไมตรี และสายตาที่มองมานั้น คล้ายกับจะถามว่า มาหาใครหรืออย่างไร ข้าพเจ้าจึงได้ชะเง้อมองเข้าไปข้างในห้อง เห็นมีผู้ชายชาวอินเดียอีกคนหนึ่งอายุมากแล้ว ราว ๘๐ ปีเห็นจะได้ รูปร่างเล็กและผอมกว่าคนแรก นั่งเอนๆ อยู่บนเก้าอี้ผ้าใบ จึงได้บอกให้อาจารย์พรทราบ อาจารย์พรจึงชะเง้อมองเข้าไปข้างในบ้าง พร้อมทั้งพูดว่า "ใช่แล้ว ห้องนี้แหละ คนที่นั่งอยู่ข้างในคือมิสเตอร์กัสตูรี่" ข้าพเจ้าจึงได้บอกให้อาจารย์ศิริพูดบอกทั้งผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงประตูและที่นั่งอยู่ข้างในห้องว่า "เราทั้งหมดเป็นคนไทย เป็นคณะที่แปลหนังสือของนายเมอร์เฟ็ตและพิมพ์ออกเผยแพร่ อยากจะขอเวลาพูดคุยด้วยสักนิด พร้อมทั้งมีของจากประเทศไทยนิดหน่อยมาฝากเขาด้วยเป็นที่ระลึก

        มิสเตอร์กัสตูรี่ เมื่อได้ฟังดังนั้นรีบปฏิเสธทันทีว่า "เขารับของจากใครไม่ได้ แม้จะเป็นของที่ระลึกก็ตาม ที่นี่มีกฏห้ามไว้เลยว่า ห้ามรับของสิ่งใดจากใคร ถ้าองค์ภควันทราบเข้าจะไล่ออกจากอาศรมทันที และก็อย่าคิดว่าองค์ภควันจะไม่ทราบ ไม่มีอะไรจะปิดบังท่านได้ การแสดงออกทุกอย่างเพียงแค่ยกมือไหว้ทักทายกันด้วยไมตรีจิตเท่านั้น" พูดพลางยกมือไหว้ทำท่าประกอบ พวกเราจึงไม่ได้คะยั้นคะยออะไร พอดีคณะเราที่แยกย้ายกันไปซื้อของนั้นกลับมาสมทบด้วย

       อันที่จริงเรื่องนี้ก็เป็นสิ่งที่ประหลาดและบังเอิญอีกเรื่องหนึ่ง คือขณะที่ทั้งอาจารย์พร อาจารย์ศิริ
คุ
ณกิตติ คุณสำอางค์ คุณสุภาณีและข้าพเจ้า พากันมาที่ห้องมิสเตอร์กัสตูรี่นี้ คนอื่นๆ ในคณะไม่มีใครทราบเลย ข้าพเจ้าเขียนโน๊ตไว้ที่หน้าห้องพักว่า "ไปหานายกัสตูรี่ เดี๋ยวมา" เผื่อคุณผ่องผิวไปซื้อของกลับมาไม่พบ จะได้ไม่สงสัยว่าหายไปไหน เมื่อเห็นคณะเรามาสมทบ ข้าพเจ้าคิดว่า อ้อ คงจะไปที่ห้องพักแล้วจึงได้ตามมาถูก แต่ปรากฏว่าไม่ใช่ คุณผ่องผิวบอกว่า "เวลาเดินกลับห้องพัก ปกติจะไม่เดินทางนี้ แต่คราวนี้ไม่ทราบว่านึกอย่างไร เกิดความรู้สึกว่า เดินไปทางนี้บ้างจะดีกว่า จึงได้ชวนคณะทั้งหมดเดินผ่านมาทางนี้ พอดีเหลือบไปเห็นรองเท้าซึ่งวางอยู่หน้าห้องที่กำลังจะเดินผ่าน ช่างเหมือนรองเท้าของศรีเพ็ญจริง (เพราะตัวคุณผ่องผิวเองเป็นคนซื้อรองเท้าให้ข้าพเจ้า) "อ้าว นั้นใช่จริงๆ นั้นรองเท้าของอาจารย์พร" พอชะโงกหน้าดูในห้อง  ด้วยความดีใจหัวหน้าคณะอยู่ที่นี่ ดังนั้นทุกคนจึงยังไม่ได้เดินกลับห้องพักของตัวเอง กลับเข้าไปสมทบในห้องมิสเตอร์กัสตูรี่เป็นกลุ่มใหญ่

        ข้าพเจ้าจึงหันไปถามคุณผ่องผิวว่า หนังสือเรื่อง ไสบาบา มนุษย์มหัศจรรย์ ฉบับแปลเป็นไทยที่ตั้งใจจะนำมาฝากมิสเตอร์กัสตูรี่นั้นอยู่ที่ไหน คุณมาลัยซึ่งถือหนังสือนี้อยู่รีบส่งให้ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าได้ส่งให้อาจารย์ศิริ พร้อมทั้งให้ถามมิสเตอร์กัสตูรี่ว่า ถ้าเราจะมอบหนังสือนี้ให้ เขาจะรับได้หรือไม่ ปรากฏว่าเมื่ออาจารย์ศิริส่งมอบหนังสือ ไสบาบา มนุษย์มหัศจรรย์ เล่ม ๑ ๒ และ ๓ ให้นั้น มิสเตอร์กัสตูรี่รับไว้อย่างดี โดยไม่ได้ปฏิเสธอะไร ได้เปิดดูและส่งให้ผู้ชายคนที่นั่งอยู่ด้วยนั้นดู ๑ เล่ม พร้อมทั้งแนะนำว่า บุคคลผู้นี้คือ ดร.มูรติ นักธรณีวิทยา เป็นลูกชาย ได้ใช้ชีวิตช่วยเหลืออยู่ที่อาศรมประศานตินิลยัมนี้ด้วย


 ขอขอบพระคุณองค์ภควัน ศรี สัตยา ไสบาบา องค์อวตารแห่งยุค
ที่ทรงประทานแสงสว่างให้แก่พวกเรา และขอให้ทุกท่านที่ได้พบแสงสว่างนั้น
สามารถนำไปเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต เพื่อที่จะได้ก้าวสู่ชีวิตแห่งจิตวิญญาณต่อไป
ด้วยความปรารถนาดี.......คณะผู้จัดทำ
Current Pageid = 175